ประวัติความเป็นมา

ประวัติศูนย์วิจัยข้าวอุบลราชธานี

1 
                  ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ 2511 โดยมี ดร. สละ ทศานนท์ เป็นอธิบดีกรมการข้าว และด้วยความร่วมมือจากจังหวัดอุบลราชธานี โดยมีผู้ร่วมดำเนินการจัดซื้อที่ดินเพื่อก่อตั้ง คือ 1) นายพัฒนบุญรัตน์พันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี 2) นายสุกิจ เทพาศักดิ์ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด 3) นายสมพร กลิ่นพงษา นายอำเภอเมืองอุบลราชธานี และ 4) นายจง ธรรมานุวงศ์ พนักงานข้าวจังหวัดอุบลราชธานี (เกษตรจังหวัดฯ) และมีตัวแทนที่ได้รับมอบหมายจากกรมการข้าว ร่วมดำเนินการ ดังนี้
- นายชัยณรงค์ บุตรโรบล ผู้ตรวจราชการกรมการข้าว
- นายธนู คำแก่น นักเกษตรเอก กองวิทยาการ กรมการข้าว
- นายจำรูญ เกิดพิพัฒน์ พนักงานข้าวโท กองบำรุงพันธุ์ กรมการข้าว
- นายสุขี ศรไชย หัวหน้าสถานีทดลองข้าวสกลนคร

2

                 คณะกรรมการฯ ได้จัดซื้อที่ดินจากราษฎร 7 ราย ในราคาเฉลี่ยไร่ละ 3,000 บาท เป็นเงิน 400,000 บาท ได้พื้นที่รวม 133 ไร่ 1 งาน 34 ตารางวา เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวยังไม่เพียงพอต่อการจัดตั้งสถานีทดลอง และได้ทราบว่ามีที่ป่าสงวนอยู่อีก ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกของพื้นที่ที่ได้จัดซื้อไว้แล้ว เป็นที่สาธารณะ ชื่อดงข่าโคม ประมาณ 50 ไร่ และที่รกร้างว่างเปล่าด้านทิศตะวันตก ชื่อป่าขี้นการตกลงกับราษฎร ตามคำสั่งกรมการข้าวที่ 40/2512 ลงวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2512 ดังนี้กะสี่ ประมาณ 300 ไร่ และมีบางส่วนซึ่งราษฎรได้เข้าไปทำประโยชน์โดยมีหลักฐาน สค. 1 อยู่บ้าง จึงขอใช้ที่ดินดังกล่าวจากจังหวัดอุบลราชธานี และเพื่อไม่ให้ราษฎรที่เข้าไปทำประโยชน์อยู่แล้วเดือดร้อน จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและจ่ายค่าชดเชยแก่เจ้าของที่ดิน โดยกรมการข้าวได้แต่งตั้งคณะกรรมการจากกรมการข้าวและจากจังหวัดอุบลราชธานี ดำเนิ
- นายชัยณรงค์ บุตรโรบล ผู้ตรวจราชการกรมการข้าว
- นายธนู คำแก่น นักเกษตรเอก กองวิทยาการ
- นายเมือง ธานี พนักงานข้าว จังหวัดอุบลราชธานี
- นายจำรูญ เกิดพิพัฒน์ พนักงานข้าวโท กองบำรุงพันธุ์
- นายสุขี ศรไชย หัวหน้าสถานีทดลองข้าวสกลนคร

3

      เจ้าของที่ดินทั้งหมดรวม 21 ราย โดยแยกจ่ายเป็น 2 สภาพการคือ จ่ายค่าชดเชยที่ดินในสภาพที่ทำประโยชน์แล้ว ไร่ละ 500 บาท  และยังเป็นป่า ราคาไร่ละ 200 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 75,399 บาท เนื้อที่จ่ายค่าชดเชย 233 ไร่ 1 งาน 79 ตารางวา รวมที่ดินของสถานีฯ ทั้งหมด 484 ไร่ เมื่อจัดซื้อที่ดินดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว กรมการข้าวจึงได้แต่งตั้ง นายสุขี ศรไชย หัวหน้าสถานีทดลองข้าวสกลนคร มาทำหน้าที่หัวหน้าสถานีทดลองอุบลราชธานี ตามคำสั่งกรมการข้าวที่ 176/2512 ลงวันที่ 6 มิถุนายน 2512 เพื่อดำเนินการต่อไป โดยขณะนั้นมีนายไพโรน์ โสพรรณรัตน์ เป็นผู้อำนวยการกองบำรุงพันธุ์ข้าว นายพรชัย พุกกะมาน เป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการกองบำรุงพันธุ์ข้าว

 4

         ต่อมาเมื่อปี 2515 ได้มีการรวมกรมการข้าว และกรมกสิกรรมเข้าด้วยกัน ตั้งเป็นกรมวิชาการเกษตร สถานีทดลองอุบลราชธานี ได้เปลี่ยนชื่อเป็นสถานีทดลองข้าวอุบลราชธานี สังกัดกองการข้าว กรมวิชาการเกษตร และมีนายสุขี ศรไชย เป็นหัวหน้าสถานีทดลองข้าวอุบลราชธานี

5      

             ปี 2525 ได้มีพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการ กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ใหม่ โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2525 สถานีทดลองข้าวอุบลราชธานี จึงได้สังกัดสถาบันวิจัยข้าว กรมวิชาการเกษตร และต่อมาเมื่อปี 2527 สถานีทดลองข้าวอุบลราชธานี จึงได้รับยกฐานะขึ้นเป็นศูนย์วิจัยข้าวอุบลราชธานี สังกัดสถาบันวิจัยข้าว กรมวิชาการเกษตร โดยมีนายจำรัส โปร่งศิริวัฒนา เป็นผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวอุบลราชธานี จนถึง 23 เมษายน 2532 รับผิดชอบงานทดลองค้นคว้าและวิจัยเรื่องข้าวและธัญพืชเมืองหนาว ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 17 จังหวัด มีสถานีทดลองข้าวในเครือข่าย 5 แห่ง ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือ
- สถานีทดลองข้าวขอนแก่น อ. เมือง จ.ขอนแก่น
- สถานีทดลองข้าวชุมแพ อ. ชุมแพ จ. ขอนแก่น
- สถานีทดลองข้าวพิมาย อ. พิมาย จ.นครราชสีมา
- สถานีทดลองข้าวสกลนคร อ.เมือง จ.สกลนคร

6 

        โดยศูนย์วิจัยข้าวอุบลราชธานีและสถานีทดลองข้าวเครือข่ายมีหน้าที่ดำเนินการ ทดลองเพื่อค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับเรื่องข้าวและธัญพืชเมืองหนาว ในปี 2534 ได้มีการจัดตั้งสถานีทดลองข้าวและธัญพืชเมืองหนาวโพนพิสัย ขึ้น โดยเป็นสถานีเครือข่ายของศูนย์วิจัยข้าวอุบลราชธานี แต่ในปี 2546 ซึ่งรัฐบาลมีการปฏิรูประบบราชการ ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ทำให้ศูนย์ฯ ไม่มีสถานีทดลองในเครือข่ายต่อไป และได้สังกัดในหน่วยงานใหม่ คือสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 4 ต่อมาเมื่อ 15 มีนาคม 2549 มีประกาศในราชกิจจานุเบกษาว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม มีผลทำให้การจัดตั้งกรมการข้าว มีฐานะเป็นส่วนราชการระดับกรม สังกัดกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ศูนย์วิจัยข้าวอุบลราชธานี จึงได้สังกัด กรมการข้าวตั้งแต่นั้นมา