โรคไหม้ระยะกล้าระบาดจังหวัดอุบลราชธานี

     Area3.1

     เมื่อวันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๖๑ ศูนย์วิจัยข้าวอุบลราชธานี ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์ จากนางน้ำเพชร ฆารวิพัฒน์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ กลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี ว่าพบการระบาดของโรคไหม้ในเขตพื้นที่ อ. ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี ศูนย์ฯได้มอบหมายให้ น.ส.ธนาภา สมใจ นักวิชาการชำนาญการพร้อมด้วยคณะ เจ้าหน้าที่จากเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี เกษตรตำบลนาเลิง และเกษตรตำบลหนองเหล่า ดำเนินการสำรวจ เมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๖๑ และได้รับแจ้งจากนายชัยจิตร บุตรไชย นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ และนางไพรศรี รัตนะ เจ้าพนักงานการเกษตรชำนาญงาน สำนักงานเกษตรอำเภอเดชอุดม เมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๖๑ ศูนย์ฯได้มอบหมายให้ นายจิรพงศ์ ใจรินทร์ นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ และคณะ สำรวจพื้นที่การระบาดของโรคไหม้ในพื้นที่ อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี จำนวน ๓ ตำบล

ผลการสำรวจและประเมินความเสียหายจากการระบาด ของพื้นที่ ต.นาเลิง อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี ความรุนแรงของโรคอยู่ในระดับ ๓-๖ พันธุ์ กข๑๕ และขาวดอกมะลิ ๑๐๕ เสียหายประมาณ ร้อยละ 80

ผลการสำรวจและประเมินความเสียหายจากการระบาด ของพื้นที่นา อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี ความรุนแรงของโรคไหม้อยู่ในระดับ ๓-๙ พื้นที่เสียหายประมาณ 100 ไร่ พันธุ์กข๑๕ และขาวดอกมะลิ ๑๐๕ แต่ไม่พบความเสียหายในแปลงที่ปลูกพันธุ์เหนียวอุบล2 ถึงแม้จะปลูกในแปลงใกล้กัน

ทั้งสองอำเภอที่ทำการสำรวจพบว่าเกษตรกรใช้อัตราเมล็ดพันธุ์ในการหว่านเกินอัตราที่กรมการข้าวแนะนำ และมีการใช้ปุ๋ยขี้ไก่รองพื้นก่อนปลูก ประกอบกับในช่วงเวลาดังกล่าว สภาพอากาศที่มีความชื้นสูงในตอนกลางคืน และมีน้ำค้างยาวนานในตอนเช้าซึ่งก็เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดโรค และการแพร่ระบาดของโรคไหม้ได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ได้ให้คำแนะนำเกษตรกรปฏิบัติตามคำแนะนำ ดังนี้

1. พื้นที่ที่พบการระบาดตั้งแต่ร้อยละ 80 ขึ้นไป และมีความรุนแรงของโรคที่ระดับ 6-9 ไม่แนะนำให้ฉีดพ่นสารเคมี เนื่องจากจะเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายที่ไม่คุ้มค่า

2. พื้นที่ที่พบการระบาด ร้อยละ 5-10 และมีความรุนแรงของโรคที่ระดับ ต่ำกว่า 5 แนะนำให้ฉีดพ่นสารเคมี ไตรไซคลาโซล

3. สำหรับเกษตรกรที่ต้องการปลูกข้าวใหม่แนะนำให้เฝ้าระวังการเกิดโรคอย่างใกล้ชิด และควรคลุกเมล็ดด้วยสารป้องกันกำจัดเชื้อราก่อนปลูก

4. ให้ระงับการใส่ปุ๋ยในช่วงระยะเวลาที่เกิดการระบาด

5. ไม่แนะนำให้เอาเมล็ดพันธุ์ในแปลงพื้นที่เกิดการระบาดของโรคไหม้เป็นเมล็ดพันธุ์ในฤดูถัดไป

6. เกษตรกรที่ต้องการป้องกันต้นกล้าข้าวที่ยังไม่เกิดโรคไหม้ แนะนำให้ติดต่อ สำนักงานเกษตรอำเภอเดชอุดม เพื่อติดต่อรับคำแนะนำในการใช้เชื้อราไตรโครเดอร์มา

7. ควรเฝ้าระวังโรคไหม้คอรวงอีกครั้งถ้าเริ่มพบมีอาการใบจุดรูปตาให้ทำการฉีดป้องกันด้วยเชื้อราไตรโคเดอร์มา